นางทองปิ่น มุกดา เจ้าของบ้าน ได้เปิดใจถึงการที่ตนเชื่อร่างทรงทุบบ้านทิ้ง หาตอตะเคียน หวังให้ลูกชายหายป่วย ล่าสุดไม่พบตะเคียนไร้บ้านอยู่ ส่วนร่างทรงชิ่งหนี

นางทองปิ่น มุกดา ได้เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ได้รู้จักร่างทรงรายนี้ผ่านการแนะนำของพระสงฆ์รูปหนึ่ง โดยร่างทรงอ้างว่า หากมีการรื้อบ้าน มูลค่ากว่า 3 แสนบาท เพื่อขุดต้นตะเคียนที่ฝังดินอยู่ขึ้นมา จะทำให้บุตรชายวัย 22 ปี หายป่วยจากโรค และครอบครัวจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจเชื่อ พร้อมทั้งเคยโอนเงินให้กับร่างทรงซึ่งอ้างว่าเป็นค่าครูเพื่อทำให้อาการลูกดีขึ้น รวมแล้วประมาณ 1 หมื่นบาท ส่วนบ้านหลังจากขุดไปแล้วไม่เจออะไร นางทองปิ่นยอมรับว่า รู้สึกเหมือนคนหมดแรง ตนต้องอับอายเพราะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะว่าเป็นคนโง่ที่เชื่อร่างทรง และเครียดจนเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังเป็นห่วงลูกที่ป่วยอยู่

“โกรธร่างทรงที่มาหลอกว่าลูกเราจะดีขึ้น เป็นความโง่ของตัวเองที่เชื่อคนง่าย สามีท้วง กำนันก็เตือน แต่หนูไม่เชื่อใครทั้งสิ้น เพราะหนูอยากให้ลูกหนูหายอย่างเดียว เพราะจะไปช่วยดูแลน้องๆ ได้” นางทองปิ่นกล่าวทั้งน้ำตา

ด้าน นางนริศรา จันทร น้องสะใภ้ของนางทองปิ่น เปิดเผยว่า ตนไม่เชื่อที่ร่างทรงอ้าง และเคยห้าม ท้วงติง เสนอให้ใช้วิธีการอื่นแทน แต่ร่างทรงยืนยันว่า ถ้าไม่ทำคนในบ้านก็จะมีอันเป็นไป อีกทั้งพี่สาวค่อนข้างเชื่อ ระหว่างการรื้อบ้าน ร่างทรงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ได้แต่โทรศัพท์มาสั่ง ซึ่งตนตั้งคำถามกับพี่สะใภ้มาตลอดว่า ถ้าทุบบ้านแล้วไม่เจอใครจะรับผิดชอบ ซึ่งนางทองปิ่นก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ส่วนลูกชายของนางปิ่นทองก็ยังเคยถามตนด้วยว่า เมื่อทุบบ้านแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ซึ่งตนได้แต่นิ่งเงียบแทนคำตอบ

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยด้วยว่า นางทองปิ่นต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเอง โดยจะไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากร่างทรงไม่ได้ เนื่องจากความผิดไม่ชัดเจนว่าร่างทรงมีเจตนาที่จะฉ้อโกงหรือไม่ อีกทั้งร่างทรงยังไม่ได้ทรัพย์สินที่ยืนยันชัดเจนว่ามาจากการหลอกลวงได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากมีการฟ้องร้องก็อาจจะถูกคู่กรณีฟ้องกลับได้

ทั้งนี้นางทองปิ่น มุกดา หรือ ยายไร ได้โทรศัพท์ไปหาร่างทรงอีกครั้ง แต่ไม่รับสาย กระทั่งเปลี่ยนไปใช้เบอร์โทรศัพท์ของทีมข่าว ร่างทรงจึงยอมรับสายพร้อมกับถามว่า “ใคร”  ก่อนที่จะบอกว่า “นี่ ยายไรนะ” ทางร่างทรงกลับบอกว่าไม่รู้จัก จากนั้นก็ย้ำไปอีกว่าคือยายไรเอง จนกระทั่งร่างทรงบอกจำได้ พร้อมกับบอกยายไรว่า ข่าวที่ออกมาทำให้คนต่อว่าร่างทรง

ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้เงียบไปไหน รู้สึกห่วงยายไรเหมือนกัน  โดยร่างทรงถามยายไรว่า ยังเชื่อตนอยู่ไหม ถ้าเชื่อให้อยู่เฉยๆ  ซึ่งยายไรก็ได้ยอมรับกับร่างทรงว่าตอนนี้เครียด ขวัญกระเจิง เพราะชาวบ้านพากันหัวเราะเยาะที่ไปหลงเชื่อ ด้านร่างทรงเองก็ตอบโต้กลับมาว่า ได้เคยเตือนยายไรแล้วว่าไม่ให้เชื่อ ยายไรรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่ร่างทรง นอกจากนี้ ยายไร ได้ถามร่างทรงถึงเรื่องขอบสระมีอยู่จริงไหม ซึ่งร่างทรงตอบว่ามีจริง ไม่เช่นนั้นตนจะมีอาการแบบนั้นได้อย่างไร