เพจ Social Hunter ได้มีการเผยแพร่เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทของเพื่อนบ้าน 2 หลังในซอยคู้บอน 28 เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา โดยสาเหตุมาจากการต้มบะหมี่ เพื่อนบ้านอ้างว่าเป็นเตาถ่าน และควันลอยเข้าบ้านเพื่อนบ้าน จนมีปากเสียงทะเลาะวิวาท และมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ผู้เสียชีวิต คือ นายสมชาย กลิ่มกล่อม ไม่มีผู้อาศัยในบ้าน ขณะที่บ้านคู่กรณี ปิดบ้านเงียบแต่พบมีความเคลื่อนไหวของผู้อาศัย มีรถจักรยานยนต์จอดอยู่หน้าบ้าน 2 คัน พร้อมสุนัข 1 ตัว แต่ไม่มีคนในบ้านออกมาพูดคุยด้วย

สน.คันนายาว พบกับน้องแนน (นามสมมติ) อายุ 21 ปี ลูกสาวคนเล็กของผู้เสียชีวิต บอกว่า ทราบข่าววันที่เกิดเหตุ เพราะเพื่อนเอาเรื่องจากโซเชียลไปบอก ตอนแรกก็คิดว่าเพื่อนล้อ เพราะปกติจะล้อชื่อพ่อ-แม่กัน แต่พอเอาโทรศัพท์ไปเปิดดูทั้งคลิปจากกล้องวงจรปิด และภาพนิ่ง ยืนยันว่าชายเคราะห์ร้ายคือพ่อของตนก็รีบโทรศัพท์บอกคุณแม่ ให้โทรเช็คกับญาติที่กรุงเทพฯ ซึ่งก็รู้ว่าเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อยากจะเดินทางจากจังหวัดชลบุรีมาดูอาการคุณพ่อมากที่สุด

น้องแนนบอกอีกว่า ตัวเองและพี่สาว รวมถึงคุณแม่ แยกกันอยู่กับคุณพ่อ คือผู้ตาย นานหลายสิบปีแล้ว แต่ยังโทรศัพท์สอบถามความเป็นอยู่กันตลอด แม้ก่อนหน้านี้คุณพ่อจะใจร้อน แต่ช่วงหลังๆ ก็ปรับเปลี่ยนตัวเองให้ใจเย็นลง เพราะต้องทำงาน รปภ. ซึ่งที่ผ่านมาคุณพ่อก็เป็นคนเข้มแข็ง อดทนสู้ชีวิตมาตลอด เพราะต้องเป็นเสาหลักดูแลน้องชายที่พิการทางสมอง ซึ่งเป็นต้นตอของการทะเลาะครั้งนี้

ส่วนสาเหตุของเรื่องราว น้องแนนบอกว่า ทราบเพียงมาจากการต้มบะหมี่ในบ้านและควันลอยเข้าไป สาเหตุแค่นี้ น้องแนนบอกว่าเล็กน้อยเกินไปสำหรับการลงมือที่ทารุณแบบนี้ เพราะเมื่อวานเธอก็ได้ไปดูจุดเกิดเหตุ เห็นเพียงแก๊สไม่ใช่เตาถ่านอย่างที่เป็นข่าว จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้คุณพ่อ เพราะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งไม่อยากให้มีการประกันตัวผู้ต้องหา โดยศาลอนุญาตให้ 2 ผู้ต้องหา คือ น.ส.มนทรา มณทาเงินวัฒนาสุข อายุ 48 ปี และ น.ส.ศศินา สาตรพันธ์ อายุ 20 ปี แม่และลูกสะใภ้ที่ร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายได้รับการประกันตัน ตอนนี้ตนทำได้เพียงเดินหน้าหาความเป็นธรรมให้กับคุณพ่อพร้อมกับพี่สาว และญาติๆ และทิ้งท้ายทั้งน้ำตา บอกคุณพ่อว่า “ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ดูแล”

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. คันนายาว ได้อายัดตัวผู้ต้องหาอีกสองคน คือ นายสุชาติ อุตรา อายุ 50 ปี และนายสุรสีห์ อุตรา อายุ 24 ปี พ่อและลูกชายขณะนี้ยังรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสจากการถูกอาวุธมีดแทงอยู่ที่โรงพยาบาล รพ.นพรัตน์ราชธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าไว้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านเพื่อนบ้าน เล่าให้ฟังว่าที่จริง 2 ครอบครัวนี้ก็ทะเลาะกันบ่อยอยู่แล้วตามที่มีคนเคยเขียนลงไป แต่ผู้ตายก็ไม่เคยไปทำร้ายร่างกายอีกฝั่งจนเลือดตกยางออก เหตุการณ์ในวันก่อนที่จะเกิดเหตุ น้องชายผู้ตายที่สติไม่ดีได้ไปต้มมาม่าหน้าบ้านจริง (เตาถ่าน) และอีกฝั่งไม่พอใจเพราะควันเข้าบ้านจึงออกมาด่าหรือหาเรื่อง (ซึ่งทั้งสองไม่ถูกกันอยู่แล้วจะทำอะไรฝั่งคนทำร้ายก็คงมาหาเรื่องอยู่ดี) จึงได้ทะเลาะกันและฝั่งคนทำร้ายมีมีดสปาต้าฝั่งน้องชายผู้ตายมีคมแฝกต่อสู้กันฝั่งคนร้ายใช้มีดฟันที่หน้าแต่น้องชายผู้ตายเอาคมแฝกมากันไว้ แล้วมีดสปาต้าก็ฟันคมแฝกขาดแล้วมีดก็ปาดเข้าที่หน้าน้องชายผู้ตาย ซึ่งตอนนั้นผู้ตายนอนในบ้านพอตื่นขึ้นเห็นเหตุการณ์ก็พาน้องชายตัวเองไปโรงบาล แล้วก็มาแจ้งความที่โรงพัก(หลังจากนั้นตกลงกันยังไงเราไม่ทราบแต่ก็กลับมาบ้านทั้งสองฝ่าย)

วันที่เกิดเหตุ ผู้ตายพาน้องไปฝากไว้บ้านเพื่อนเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก และพอผู้ตายขี่รถกลับมาบ้านตัวเอง คนแถวนั้นเล่าว่า ผู้หญิงในบ้าน(คนรุมทำร้าย)เห็นผู้ตายกลับมาจึงบอกครอบครัวตนว่า “มันมาแล้ว” ฝั่งคนร้ายคงจะเตรียมการไว้แล้วและก็ตามคลิปเลยค่ะ

ตอนนี้ผู้หญิงสองคนในคลิปที่รุมทำร้ายได้ถูกประกันตัวออกแล้วคนละ 500,000 บาท เพื่อนผู้ตายบอกว่าฝั่งคนร้ายมีแบล็คหลังเป็นตำรวจใหญ่ ถ้าเป็นจริงอย่างนั้นเรากลัวว่าเรื่องนี้จะเงียบไปโดยไม่มีการลงโทษและชดเชยใดๆ เราสงสารลูกและน้องชายของผู้ตาย ถ้าคนร้ายหลุดออกมาจริงๆน้องชายผู้ตายจะมีอันตรายอะไรรึป่าว เราไม่รู้ว่าตำรวจหรือศาลมีเหตุผลใดจึงให้ประกันตัวคนร้าย ถ้าเรื่องนี้เงียบไปการดำเนินคดีจะยุติธรรมรึป่าว

เราไม่ได้รู้จักผู้ตายและครอบครัวแต่แฟนเรารู้จักเหมือนเป็นพี่พอเห็นข่าวและคลิปก็สงสารมันโหดร้ายเกินไป เราจึงไปงานศพผู้ตายกับแฟนเลยรู้ถึงเรื่องราวนี้ ตอนนี้น้องชายผู้ตายก็ยังไม่รู้ว่าพี่ตนตายเพราะถ้ารู้เกรงว่าจะเกิดเรื่อง น้องผู้ตายตอนนี้อยู่กับเพื่อนสนิทและถ้าน้องถามหาพี่ตนเมื่อไหร่เพื่อนก็จะตอบว่าพี่ชายไปบวช…