ดีเดย์ 8 ก.ย. บังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณานมผงเด็ก

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 มีรายงานว่า พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.นมผง) ว่า พ.ร.บ. นมผง ที่จะมีผลบังคับในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มทารกและเด็กเล็ก โดยควบคุมการส่งเสริมการตลาดผ่านสื่อโฆษณา การลด แลก แจก แถม ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก หรือผลิตภัณฑ์นมผงให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มอัตราทารกได้กินนมแม่ให้ได้ร้อยละ 50 หรือมากกว่านี้ ภายในปี 2568 ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ

โดย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดของทารก มีสารอาหารที่มีคุณค่ามากกว่า 200 ชนิด ช่วยการเจริญเติบโต มีภูมิคุ้มกันโรค และการโอบกอดขณะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ส่งผลดีต่อพัฒนาการทางสติปัญญา อารมณ์ และการสร้างสายใยผูกพันระหว่างแม่ลูก

สำหรับการขับเคลื่อนเพื่อให้เด็กไทยได้กินนมแม่อย่างเหมาะสม มีมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1. มาตรการส่งเสริม กระตุ้นช่วยเหลือให้แม่มีความพร้อมและตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

2. การสนับสนุน โดยจัดบริการคลินิกนมแม่ในโรงพยาบาล การเยี่ยมบ้านหลังคลอด สนับสนุนการจัดมุมนมแม่ในสถานที่ทำงาน

3. การปกป้อง โดยคุ้มครองแม่และครอบครัวจากการได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่ไม่ถูกต้อง หรือชวนเชื่อให้ใช้อาหารอื่นทดแทนในช่วงที่ยังควรได้รับนมแม่

ทั้งนี้ ในวันที่ 18 ก.ย. 2560 จะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาการสำหรับทารกและเด็กเล็ก (คสตท.) เพื่อวางหลักเกณฑ์การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนพิจารณาให้คำแนะนำหรือความเห็นแก่ รมว.สาธารณสุขในการออกประกาศหรือกฎหมายลูกตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีอีกกว่า 10 ฉบับ ภายใน 180 วัน

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อาหารสำหรับเด็กเล็กยังสามารถโฆษณาได้ แต่ห้ามเชื่อมโยงมาทำให้เข้าใจว่าเป็นอาหารสำหรับทารก โดยแยกฉลากให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และให้เวลาในการปรับเปลี่ยน 1 ปี หลังจากนั้นถ้ายังไม่เปลี่ยนจะมีโทษปรับสูงสุด 3 แสนบาท และคณะกรรมการฯ ก็อาจพิจารณาออกประกาศควบคุมในภายหลังได้

ด้าน พญ.ศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องการโฆษณาสารอาหารต่างๆ ในนมผงที่ว่าทำให้เด็กฉลาดต่างๆ นั้นถือเป็นการโฆษณาเกินจริง เพราะปัจจัยที่ทำให้เด็กฉลาด พัฒนาการสมวัยมีหลายอย่างทั้งเรื่องอาหารการกิน การเลี้ยงดูของครอบครัวร่วมด้วย ไม่ใช่ว่ากินนมชนิดนั้นๆ อย่างเดียวแล้วจะฉลาด