
ตำรวจ สน.ประเวศ ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกนำมาทิ้งที่ท่อระบายน้ำ บริเวณใต้สะพานวัดกระทุ่มเสือปลา ถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) แขวงและเขตประเวศ กทม. เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังผู้ก่อเหตุได้มีการหลบหนี
จากพบศพทราบชื่อ น.ส.มอ ลี ทู หรือ ทูน อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพศพมีบาดแผลถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอ มีบาดแผลใต้ราวนมซ้าย กางเกงถูกถลกลงมาท่อนล่างเปลือยถูกนำมาทิ้งลงในบ่อพักท่อระบายน้ำ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายไปดื่มเหล้ากับเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกันใกล้เคียงจุดพบศพก่อนที่จะกลายเป็นศพ ต่อมาตำรวจพบผู้ต้องสงสัยได้ 1 รายเป็นชายชาวเมียนมา คือนายอ่อง ติน และรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงแต่ไม่ได้ลงมือข่มขืน

ล่าสุดสามารถจับตัว นายอ่อง ติน วิน อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา และนายจ่วยจี้ อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 60 ทั้งสองคนลงมือก่อเหตุข่มขืน และฆ่าปาดคอ น.ส.มอ ลี ทูน อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา ทั้งโดนตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พาอาวุธมีดไปในเมือง ทางสาธารณะ, ร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพ โดยสามารถจับกุมได้ที่ ริมถ.บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก วันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา

โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาและผู้ตายได้นั่งดื่มสุราด้วยกันที่ร้านขายของชำซอยอ่อนนุช 86 แยก 2 จากนั้นได้ชวนกันไปเสพยาบ้าใต้สะพานข้ามคลองวัดกระทุ่มเสือปลา หลังจากเสพยาจนมึนเมาแล้ว นายจ่วยจี้กลับรู้สึกเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงพยายามใช้กำลังปลุกปล้ำนางสาวมอ ลี ทูน แต่ผู้ตายขัดขืน นายจ่วยจี้จึงใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 7 นิ้ว แทงเข้าไปที่บริเวณหน้าอกผู้ตายหลายต่อหลายครั้ง จากนั้นนายอ่อง ผู้ต้องหาอีกคน จึงใช้อาวุธมีดเล่มเดิม ปาดคอผู้ตายซ้ำอีกทีเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ตายเสียชีวิตจริง เสร็จแล้วจึงลากศพผู้ตายไปโยนทิ้งตรงท่อระบายน้ำที่อยู่ใกล้เคียง และพากันหลบหนีไป

โดยนายจ่วยจี้มีครอบครัวที่นี่จึงไม่ได้หลบหนีไปไหน และยังแสร้งทำเป็นพยานในคดี ขณะที่นายอ่องได้ขอเงินนายจ้างไป 1,500 บาท และหลบหนีกลับประเทศ แต่กลับเข้ามาทำงานแถวๆอำเภอแม่สอดอีกครั้ง เพราะย่ามใจคิดว่าจะไม่ถูกจับได้ ซึ่งผู้ต้องหา นายอ่องเคยติกคุกในคดีฆ่าคนตายที่ประเทศมาก่อนเป็นเวลา 6 ปี ตอนมีอายุเพียง 16 ปี สาเหตุเพราะโกรธที่ถูกด่าบุพการี หลังพ้นโทษจึงเข้ามาทำงานเป็นคนคัดแยกขยะที่ประเทศไทย จนมาก่อเหตุซ้ำล่าสุดอีกครั้ง