
สน.สุทธิสาร ได้รับการร้องทุกข์ของตัวแทนกลุ่ม Watchdog Thailand และบริษัทขนส่ง H.S.K.Express เข้าแจ้งความว่ารับขนส่งสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนตัวแรกจากนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง บริเวณโรงแรม Sillemon ลาดพร้าว 18 มีเจตนาว่าจ้างให้ขนส่งสุนัขเพื่อเอาเงินประกันภัย ในข้อหาฉ้อโกงและทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งจะเร่งรวบรวมหลักฐาน ซึ่งขณะนี้มีเอกสารการปลอมแปลงราคาซื้อสุนัข และการพูดคุยผ่ายแอพพลิเคชั่นไลน์ รวมทั้งเอกสารการประกันภัยระหว่างขนส่ง และยอมรับว่ายังขาดหลักฐานสำคัญคือตัวยาที่ใช้ฆ่าสุนัขตัวแรก เนื่องจากเกิดเรื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม ซึ่งบริษัทขนส่งไม่ได้ติดใจเอาความ จนเกิดเหตุกับสุนัขตัวที่ 2 จึงได้เข้าร้องทุก

นางณัฐนันท์ จีระวิวิทธ ทางบริษัทขนส่งกล่าวว่า แม้บริษัทของตนจะไม่ต้องชดใช้เงินประกันเนื่องจากสุนัขไม่ได้เสียชีวิตระหว่างทาง แต่ต้องการแจ้งความเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างต่อสังคม ซึ่งยอมรับว่าหลังเกิดเหตุทำให้ต้องเข้มงวดต่อการรับขนส่งสัตว์เลี้ยงมากขึ้นกว่าเดิมและหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jakkarin Riangngoen สัตวแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ได้มีการโพสต์เรื่องราวที่มีเจ้าของฆ่าสุนัขหวังเงินประกัน และมีการยืนยันแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง วันนี้ (8 ก.ย.2560) สพ.ญอนงค์นาถ สุตธรรม แพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท จ.นครราชสีมา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ผลชันสูตรพบยาจำนวนมากในกระเพาะอาหาร คาดว่าได้รับยาเกินขนาด โดยพบยา 2 ชนิด มีลักษณะทรงรี สีเหลือง และสีชมพู ซึ่งสีชมพูพบตกอยู่ในกระเป๋าที่ใส่สุนัขมาโรงพยาบาล จากการตรวจสอบพบว่าเป็นยาลดความดันที่ใช้ในคน ส่วนเม็ดสีเหลืองยังไม่ได้ทราบชนิดของยา
ทั้งนี้ ภายหลังชันสูตรแล้วเสร็จ เจ้าของสุนัขได้โทรศัพท์มาขอร้องให้แพทย์ช่วยแก้คำชันสูตร เป็นไม่พบสาเหตุการตาย แต่ตนเองไม่ได้แก้ตามคำร้องขอ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและพบยาจำนวนมากในกระเพาะสุนัข

น.สพ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยอมรับว่าทางมหาวิทยาลัยทราบเรื่องนักศึกษาแพทย์คนนี้แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ เรียกมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว อยู่ในกระบวนการและยังต้องให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาคนนี้ด้วยว่ามีเจตนาตามที่ปรากฎเป็นข่าวหรือไม่ ขอให้รอผลการสอบสวน และเชื่อว่าหากกระทำความผิดจริง ทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างแน่นอน
เหตุเกิดเนื่องจากบริษัทขนส่งสุนัขไปที่จ.นครราชสีมา ได้มารับสุนัขที่บริเวณซ.ลาดพร้าว 18 ซึ่งผู้ที่ขนส่งเห็นว่ามียาติดอยู่ที่ปากสุนัข ซึ่งมีการทารุณกรรมสัตว์เกิดขึ้น จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.สุทธิสาร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบว่ามีการทารุณกรรมสัตว์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และทางบริษัทขนส่ง H.S.K.Express ได้รับความเสียหาย ถูกหลอกลวง จากนักศึกษาแพทย์ เจ้าของสุนัข ได้มาแจ้งกับบริษัทขนส่งว่าจะส่งสุนัขไปที่จ.นครราชสีมา

จากนั้นจึงมีการนัดรับสุนัขที่บริเวณซ.ลาดพร้าว 18 เมื่อมีการส่งมอบก็ได้แจ้งกับบริษัทขนส่งว่าสุนัขตัวดังกล่าวราคา 40,000 บาท จึงต้องวางเงินประกันจำนวน 4,000 บาท หลังจากนั้นทางเจ้าของบริษัทขนส่ง คนขับรถ และเจ้าของสุนัข ก็เดินทางไปที่จ.นครราชสีมา ระหว่างทางสุนัขได้อาเจียนไปตลอด เมื่อไปถึง จ.นครราชสีมาจึงได้พาสุนัขไปตรวจอาการที่คลีนิกบ้านหมอต้นว่าอาการเกิดจากอะไร ซึ่งขณะนั้นสุนัขยังไม่ได้เสียชีวิต ต่อมาสุนัขได้เสียชีวิตทางเจ้าของสุนัขจึงมาเรียกร้องเอาเงินประกันกับบริษัทขนส่ง โดยอ้างว่าสุนัขเสียชีวิตจากการขนส่งเดินทาง แต่ทางบริษัทให้เหตุผลว่าสุนัขไม่ได้เสียชีวิตระหว่างการขนส่งเดินทาง แต่เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
พ.ต.อ.เติมเผ่า เปิดเผยต่อว่า เมื่อตรวจสอบพบว่าเจ้าของสุนัขได้ซื้อสุนัขมาจากฟาร์มในราคา 6,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องไปสอบปากคำฟาร์มสุนัขว่าเป็นสุนัขตัวเดียวกันหรือไม่ หากเป็นสุนัขตัวเดียวกันที่ซื้อมาในราคา 6,000 บาทแต่ไปหลอกทางบริษัทขนส่งว่าซื้อมาในราคา 40,000 บาท และมีการทำประกัน ถึงแม้จะยังไม่ได้เงินไปแต่มีการพยายามเรียกร้องเงินจากบริษัทซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิด ขณะนี้มีเพียงพยานหลักฐานยืนยันจากการสนทนาผ่านแอพพลิเคลั่นไลน์เพียงอย่างเดียวว่าสุนัขได้ซื้อมาในราคาใด
ซึ่งจะประสานเจ้าของฟาร์มเพื่อสอบปากคำว่าได้ขายสุนัขมาในราคา 6,000 บาทจริงหรือไม่ และจะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะเรียกเจ้าของสุนัขมาให้การ ในเบื้องต้นการกระทำการที่เรียกร้องเงินประกันจากบริษัทขนส่งแม้จะเรียกร้องไม่สำเร็จ จะเข้าข่ายฐานความผิด พยายามฉ้อโกง ส่วนความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์นั้นยังไม่เห็นชัดเจน เนื่องจากเราไม่เห็นตอนป้อนยา แต่เห็นตอนที่ยาติดอยู่ ซึ่งจะตรวจสอบได้ยาก แต่มีอีกเคสหนึ่งซึ่งอยู่ในอีกพื้นที่จะเห็นการกระทำความผิดชัดเจน เพราะคนขับรถเห็นขณะมีการป้อนยาให้สุนัข