
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก อ.ท๊อป ป.หางยาว ได้โพสต์ข้อความเศร้าหลังจากตนตั้งใจจะไปบวชแก้บนแต่ทางเจ้าคณะอำเภอปฏิเสธไม่บวชให้เหตุสักลายทั้งตัวไม่เหมาะสม ทั้งยังไม่ได้ท่องขันนาคจะมาถึงวัดแล้วบวชเลยไม่ได้

กลายเป็นเรื่องดราม่าในโลกโซเชียล หนุ่มอ.ท๊อป ป.หางยาว ตั้งใจที่จะบวชที่วัดแห่งหนึ่ง ใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นการบวชแก้บน เจ้าอาวาสก็ยินยอมให้บวช แต่พระที่มียศสูงกว่าเดินมาบอกว่า “ไม่ให้บวชหรอก เดี๋ยวโดนด่าตายเลย” จนหนุ่มคนนี้เกิดความน้อยใจ เนื่องจากตามร่างกายมีรอยสัก โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า แต่เห็นว่ายังไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ต้องการอยากห่มผ้าเหลืองเท่านั้น

ล่าสุดได้พบกับพระครูมงคลกิจจารักษ์ เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เจ้าอาวาสวัดมงคลพุการาม ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งพระครูมงคลกิจจารักษ์ ได้เปิดเผยว่า ไม่ทราบว่ามีการตัดพ้อต่อว่ากรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งโพสต์ว่าไม่ให้บวชเพราะสักลายเต็มใบหน้า ก็รู้มาจากนักข่าว ก็ขอทำความเข้าใจก่อนว่าในหลักของพระพุทธศาสนาบุคลที่ครบอายุบวช จะต้องมาอยู่วัดเพื่อท่องขันนาค แต่ทุกวันนี้สังคมเราได้ห่างเหินไป ถึงเวลาก็จะบวชกันเลย ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นคนที่จะบวชต้องมีร่างกายครบ 32 บุคคลที่จะบวชนั้นต้องดูเกลี้ยงเกลา เราจะช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองแบบไหน
หนุ่มสักลายคนหนึ่งมาขอให้อาตมาบวชให้นั้น ถามว่าเขาผิดไหมที่เขาจะบวช ตอบได้เลยไม่ผิด แต่ที่อาตมาไม่สามารถบวชให้ได้นั้นเนื่องจากว่าเขาได้สักทั้งตัวรวมถึงใบหน้า อาตมาก็ได้ใช้ดุจพินิจของอาตมาเองว่าไม่สามารถบวชให้ได้ แต่เขาจะไปบวชที่วัดอื่นก็เป็นอีกเรื่อง พระสงฆ์ที่บวชแล้วออกไปบิณฑบาต สักทั้งตัวทั้งใบหน้า ญาติโยมที่ไหนอยากจะใส่บาตร เพราะฉะนั้นอยู่ที่ความเหมาะสมของคนที่จะบวช ถ้าเข้าใจในหลักธรรมจริงแล้วการทำความดีไม่จำเป็นต้องบวช เพียงแต่ยึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า มีสติก็นับว่าประเสริฐแล้ว
“ดังนั้นคนที่จะบวชต้องคิดและไตร่ตรองให้ดี ไม่ควรเอาความด่างพร้อยนั้นมาทำให้ศาสนามั่วมองเพราะตัวคน รักและเทิดทูลในพระพุทธศาสนาต้องช่วยกัน อาตมาไม่มีอคติกับหนุ่มคนสักลาย มันอยู่ที่ความเหมาะสมหรือสมควรหรือไม่ ซึ่งอาตมาในฐานะผู้ปกครองสงฆ์ระดับอำเภอ จึงใช้ดุลพินิจตรงนี้ ไม่สามารถบวชให้ได้” เจ้าคณะอำเภอกล่าว