
วันที่ 30 ส.ค. 60 ความคืบหน้ากรณีค้นหาร่าง น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย จากทีมค้นหาอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของผอ.อ้อย พร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของผอ.อ้อย นายวิทยา เกษแก้ว สามีของผอ.อ้อย ได้เดินทางไปที่ผานางอิง ชายแดนประเทศลาวเพื่อค้นหาต่อไป

เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่ผานางอิงด้วยการนั่งรถจักรยานยนต์ ต่อด้วยเดินเท้าเข้าทางป่าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งเจ้าหน้าที่ลาวจะรอรับที่ชายแดน บริเวณหลักสิบหก ยี่สิบแปด ใกล้กับพลาญตอกเลข จากนั้นทั้งหมดจะเดินเท้าเข้าไปยังจุดที่พบศพ และเก็บชิ้นส่วนกลับมาตรวจดีเอ็นเอที่ประเทศไทย

ขณะเดียวกัน ที่บริเวณฐานประปา ภายในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นายวิทยา เกษแก้ว สามีของผอ.อ้อย และญาติอีกกว่า 10 คน ได้เดินทางเข้าไปค้นหาร่างใกล้กับห้วยรากไม้ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับถุงใส่กระดูก 3 ชิ้น ความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร และเศษกระดูกอีกจำนวนมาก

ซึ่งนายวิทยา เปิดเผยว่า ตนและญาติได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณป่าติดกับห้วยรากไม้ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ก่อนพบชิ้นกระดูกดังกล่าว ในพงหญ้า ห่างจากห้วยรากไม้ 20 เมตร โดยตอนนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นกระดูกคนหรือสัตว์ จึงเก็บออกมา เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งเหตุที่ต้องเข้าไปตรวจสอบบริเวณห้วยรากไม้อีกรอบ เพราะมีชาวบ้านบอกว่าเห็นรถเก๋ง ผอ.อ้อย จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวในช่วงวันเกิดเหตุ

บ้านเลขที่ 38 ม.3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางสมปอง อุ่นอ่อน พี่สาวของผอ.อ้อย ได้จัดพิธีสวดอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่ผอ.อ้อย ซึ่งญาติได้นิมนต์พระสงฆ์ 8 รูป นำสวด และใช้รูปถ่ายของผอ.อ้อย เขียนชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิดไว้ด้านหลัง วางไว้บนพาน โดยมีญาติและชาวบ้านซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ มาร่วมงานกว่า 50 คน

ซึ่งนางแหลม เปิดเผยว่า ตนตั้งใจจัดพิธีสวด เพื่อส่งส่วนบุญส่วนกุศลให้ลูก เนื่องจากเชื่อว่าลูกอาจบุญน้อย ทำให้ตามหาไม่พบ ก่อนเผยว่าการจัดสวดในคืนนี้ไม่ใช่การสวดพระอภิธรรม เพราะยังไม่พบศพ ซึ่งการทำแบบนี้ก็ยอมรับว่าหมดหนทางในการตามหาลูก จนต้องทำทุกอย่างจนกว่าจะหาลูกพบ ยอมรับว่ารู้สึกท้อ และหมดกำลังใจ
