เพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์คลิปที่กลุ่มหญิงสาวประมาณ 4 คน กับผู้ชายอีก 2 คนดักรอรุมทำร้ายหญิงสาวอายุ 17 ปี ที่ลานจอดรถโลตัสสาขาชัยนาท พร้อมบอกว่า “มึงกดว้าวใคร” แล้วก็กระชากลงจากรถมาตบเตะที่พื้น ตามคลิปซึ่งทางหญิงสาวอายุ 17 ปี ที่ถูกทำร้ายได้ทำการแจ้งความกับ สภ.เมืองชัยนาท ไปแล้ว พร้อมถูกข่มว่า ถ้าไม่ถอนคดีความจะไปทำร้ายอีก ประกอบกับฝ่ายที่ถูกทำร้ายอ้างว่า เป็นลูกคนมีสี เป็นข้าราชการตำรวจทำให้คดีไม่คืบเสียเท่าไร พร้อมกับตอนโดนรุมทำร้ายทองข้อมือก็หายรถก็เฟรมแตกจมูกเบี้ยว จึงฟ้องร้องทางเพจดังทำให้มีการด่าทอเสียๆหายและแชร์กันสนั่นโลกโซเชียล

ล่าสุดนางสุรัสสา ฉัตรเพชร์ อายุ 25 ปี คนในคลิปที่เป็นคนทำร้ายเด็กสาวอายุ 17 ปี พร้อมสอบถามถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับคลิปดังกล่าว นางสุรัสสา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนเป็นคนลงมือทำร้ายน้องจริง ไม่เกี่ยวกับการกดว้าวรูปสามีของตน เพราะตอนนี้ตนและสามีได้เลิกรากันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้หย่ากัน เพราะทำการจดทะเบียนสมรสไปแล้ว แต่ความจริงคือน้องคนนี้กับสามีของตนคบกันอยู่ มีการโพสต์เฟซบุ๊กรูปคู่ในห้องนอนที่บ้านของตน ที่เคยอยู่ก่อนเลิกรากัน ทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะดักรอ และทำร้ายตามคลิปซึ่งมีการถ่ายวิดีโอไว้ แต่ตนไม่เคยหยิบ หรือขโมยทองรวมไปถึงทำร้ายจนจมูกเบี้ยวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

จากผลการตรวจของแพทย์เจ็บเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งพอหลังจากเกิดเรื่องหนึ่งวันมาวันรุ่งขึ้น( 1 ส.ค.) น้องมากับพวกอีกประมาณ 10 คนที่หน้าร้าน รุมทำร้ายตนจนหัวกระแทกสระบัวแตก เย็บสองเข็ม จมูกเบี้ยวผิดรูปคือตนไม่ใช่น้องตามที่เพจชื่อดังได้ลงข้อมูลไว้ ซึ่งตนยอมรับว่าผิดจริงแต่ก็ไม่ได้ไปขู่หรือชื่อเสียงของพ่อที่รับราชการทหารไปขู่เลยไม่เคยโพสต์ลงโซเชียลเหมือนกลุ่มน้องเลย อยากให้สังคมได้รับรู้หรือรับฟังความจริงจากคู่กรณี บ้างว่าเหตุการณ์มันเป็นมาอย่างไร ไม่ใช่ว่าเอาแต่จ้องจะด่าจนชื่อเสียงเสียหาย ประกอบกับคนในโซเชียลก็นำรูปพ่อแม่ของตนมาโพสต์อีก จึงอยากให้เช็คก่อนที่จะทำให้คนหนึ่งคนต้องเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องที่ไม่เป็นความจริง

ผกก.สภ.เมืองชัยนาทเผยว่า คดีได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือคลิปที่ถูกเผยแพร่และอีกคดีคือ คดีที่ทางนางสุรัสสาถูกทำร้ายที่ร้านเสื้อผ้า ที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งเป็นคดีที่ไม่ยุ่งยาก เหลือเพียงสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกไม่กี่คน ก็จะสามารถทำการสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป คาดว่าอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์จะดำเนินการเสร็จสิ้นอย่างแน่นอน