วันที่ 3 ก.ย. 60 สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ จากแม่และเด็กสาววัย 14 ปี ถูกรุมข่มขืน จากคนในหมู่บ้านกว่า 40 คน  ตั้งแต่ต้นเดือน พฤษภาคม 2559 จนถึงปลายตุลาคมปีเดียวกัน

เด็กหญิง เอ นามสมมุติ อายุ 15 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเกาะแรด หมู่ที่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา แม่ของเด็กหญิงเอ ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับทนายฮานีฟ หยงสตาร์ เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต จนสามาระจับกุมกลุ่มวัยรุ่นชุดแรกได้จำนวน 3 คน ซึ่งมีอายุอยู่ระหว่าง 25?30 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกกลอยได้ทำสำนวนส่งฟ้องศาลดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยและศาลก็ได้อนุญาตให้ประกันตัวเป็นการชั่วคราวแล้วในขณะนี้

ผู้เสียหายได้ให้การว่ามากสุดมีผู้ร่วมกระทำชำเราถึง 11 คน ส่วนครั้งอื่นๆ จะมีประมาณ 5-7 คน โดยผู้ต้องหา 3 คนแรกจะเป็นผู้ที่พาน้องคนดังกล่าวไปยังขนัมบริเวณชายหาดเพื่อกระทำชำเราเป็นจำนวนถึง 3 ครั้ง และยังไปยังที่อื่นอีก หลายครั้ง

ซึ่งเวลาเกิดเหตุทุกครั้งจะเป็นช่วงเวลาที่ พ่อ และ แม่ ของ น้อง ออกไปรับจ้างกรีดยางพารา ด้าน แม่ของเด็ก กล่าวทั้งน้ำตาเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นกับครอบครัวของตน ปกติครอบครัวของตนอาศัยอยู่กัน 4 คน พ่อแม่ลูก โดยเด็กหญิงเอ เป็นพี่คนโตซึ่งเป็นลูกติดตนและตนก็มาได้สามีใหม่ และมีลูกชายอีกหนึ่งคน อายุ 7 ปี นายสมนึกเป็นคนพื้นที่เกาะแรดโดยกำเนิดจึงเป็นที่รู้จักของทุกคนในหมู่บ้าน ลูกสาวของตนปกติเป็นเด็กที่เรียนดี ขยันแม่ของเด็กเอได้เล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นปกติตนและครอบครัวจะออกไปกรีดยางห่างออกไป มีหนี้สินเยอะไหนลูกจะเรียนหนังสืออีก ตอนเที่ยงคืนจะทิ้งลูกไว้ที่บ้านให้อยู่กับน้อง และพี่สาวเองที่อยู่บ้านใกล้กันก็บอกว่าเดี๋ยวจะช่วยดูให้ช่วงที่ออกไปกรีดยาง

เริ่มสังเกตต้นปีที่ผ่านมาว่าหลานของสามีของตนจะเข้ามาตีสนิทลูกสาว ทั้งเวลากลางคืนลูกสาวของตนไม่ยอมนอน มีอาการผวา ร้องไห้ตลอดทั้งคืน ทั้งมีเสียงคนไอ กระแอม เดินอยู่หลังบ้านตลอดเวลา ตนจึงได้พยายามคาดคั้นความจริงจากลูก ลูกสาวยอมรับว่าโดนข่มขืนแต่เพียงแค่คนเดียว แต่ตนมาทราบทีหลังว่าลูกโดนข่มขืนมาแล้วหลายราย

เมื่อเจ้าหน้าที่ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวได้เข้ามาดูแลและพาตัวน้องออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย ลูกของตนจึงได้บอกความจริงทั้งหมดว่าเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวน้องว่าทั้งหมดมีใครบ้าง ที่ร่วมข่มขืนตัวน้องมีทั้งหมดกว่า 40 คน ที่ร่วมกระทำ และทุกครั้งก่อนที่จะลงมือข่มขืนจะบังคับให้น้องเสพยาก่อน และแต่ละครั้งกลุ่มคนที่มาจะไม่ซ้ำหน้ากันเลยสักครั้งเดียว

ส่วนสาเหตุที่น้องปิดบังเนื่องมาจากว่าน้องอาย และหนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมข่มขืนเป็นเจ้าของที่ดินที่ให้ตนเข้าไปปลูกผักขายได้ชั่วคราวและลูกของตนกลัวเขาจะไม่ให้พ่อแม่เข้าไปทำกินในที่ดินเขาอีกและกลัวเขาจะมาทำร้ายพ่อกับแม่ด้วยและกลุ่มผู้ต้องหาได้มีการข่มขู่เอาไว้ด้วยว่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกใครจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว และมีปมอยู่นิดหนึ่งที่ผู้ต้องหาขู่ไว้คือ สามีของตนเป็นพ่อเลี้ยงของน้อง หากนำเรื่องนี้ไปบอกใครเดี๋ยวจะบอกว่าพ่อเลี้ยงนั้นแหล่ะเป็นคนทำ

น้องยังเล่าอีกว่าหนึ่งในกลุ่มคนร้ายจะเป็นคนเข้ามารับตัวน้องออกไป หากน้องไม่ยอมก็จะบังคับ บีบคอแล้วก็ดึงตัวออกไปทางหน้าต่างจากนั้นก็จะพาไปให้กับคน ที่รออยู่นับสิบคน บางครั้ง ครั้งเดียวถึง 11 คนที่กระทำกับน้อง แต่ที่น้องจำหน้าได้บางคน เพราะว่าเวลาที่โดนกระทำกลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดไฟ และทำการถ่ายคลิปด้วยโทรศัพท์มือถือ ตนเห็นคลิปแล้วรับไม่ได้จนทุบโทรศัพท์ทิ้ง ทีหลังได้นำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกู้ข้อมูล แต่ก็กู้ไม่ได้

ศาลออกหมายจับและดำเนินคดีไปแล้ว 3 ราย ซึ่งคนร้ายมีการซัดทอดว่ามีผู้ร่วมกระทำการอีกหลายสิบคน ซึ่งต่อมาทางผู้เสียหายได้ยอมเปิดเผยว่ามีกลุ่มคนร้ายเพิ่มเติมจริงๆและสาเหตุที่ตนนั้นไม่ยอมเปิดเผยในครั้งแรกเนื่องจากหวาดกลัวถึงอิทธิพลของกลุ่มคนร้าย ทั้งเคยขู่จะฆ่าตนและครอบครัวให้ตายหากนำเรื่องดังกล่าวไปแพร่งพรายหรือไม่ยอมให้ตนนั้นกระทำชำเรา