สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว หนูน้อยวัย 8 ขวบ ชื่อว่า Didier เป็นโรคประหลาด ที่จะต้องแบกก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่มีนำ้หนักหลายกิโลกรัม และมีลักษณะคล้าย “กระดอง” เมื่อใครเห็นก็ต้องมอง และยังถูกเรียกว่าเป็น “เด็กกระดองเต่า” อีกด้วย นอกจากนี้การใช้ชีวิตประจำวันก็เป็นไปอย่างยากลำบาก โดยชาวบ้านแถวนั้นมักเยาะเย้ยและประมาณต่างๆนานา

ความประหลาดของเด็กชายดิดิเยร์ ยังถูกชาวบ้านในหมู่บ้านขับไล่ให้ออกไปจากหมู่บ้าน เพราะเชื่อว่า เกิดจากตั้งครรภ์ระหว่างจันทรคราส อีกทั้งยังถูกแผดเผาจากอำนาจของปีศาจ นอกจากนี้เพื่อนที่โรงเรียนยังรังเกียจ ไม่ยอมเข้าใกล้ และไม่ได้รับอนุญาตเข้าพิธีล้างบาปในศาสนาคริสต์ด้วย ทำให้เด็กน้อยผู้นี้ไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน มีแต่พ่อแม่ของเขาเท่านั้นที่คอยดูแลไม่ห่าง

โรคที่หนูน้อย Didier เป็นอยู่นี้ แพทย์ได้วินิจฉัยว่า เป็นโรค “Congenital Melanocytic Nevus” ซึ่งเป็นภาษาทางการแพทย์ โรคนี้จะเกิดขึ้นเพียง 1 ต่อ 20000 ณ ตอนแรกที่คลอดออกมา แพทย์คิดว่าหนูน้อย Didier จะไม่รอดเสียแล้ว แต่ด้วยความรักของครอบครัวที่คอยดูแลเป็นอย่างดี จึงสามารถอยู่รอดมาได้ นอกจากนี้เจ้าก้อนเนื้อประหลาดมีการขยายขนาดทุกวัน

หลังจากศัลย์แพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อว่าคุณหมอ Rhodes ได้ยินเรื่องราวของ “หนูน้อยกระดองเต่า” เขาก็รีบซื้อตั๋วเครื่องบินและบินไปยังโคลอมเบียและพาหนูน้อย Didierและแม่บินกลับไปที่อังกฤษเพื่อทำการผ่าตัดเอาเนื้อก้อนนี้ออก กว่า 8 ปีที่หนูน้อยคนนี้ต้องแบกกระดองเต่านี้ไว้ที่หลัง คุณหมอ Rhodes ได้นำก้อนเนื้อนี้ออก และใช้ความชำนาญประสบการณ์เพื่อปกปิดแพทย์ให้ดูดีที่สุด

หลังจากการผ่าตัดนำก้อนเนื้อออกไปจากหลังของหนูน้อย Didier เขาเหมือนได้เกิดใหม่ เขาสามารถยิ้มอย่างเต็มทีได้ เขารู้สึกขอบคุณคุณหมอที่ได้ชุปชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ทีมแพทย์ไม่สามารถระบุแน่ชัดว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากอะไร แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวที่มีความผิดปกติ และลุกลามไปทั่วแผ่นหลัง โชคดีที่สามารถผ่าตัดออกได้สำเร็จ และปัจจุบันเด็กชาย ดิดิเยร์สามารถยิ้ม หัวเราะ มีสุขภาพจิตที่ดี เติบโตขึ้นมาเหมือนเด็กทั่วไป